ความเป็นมาและสรุปการดำเนินงานที่ผ่านมา



          มลพิษทางอากาศและเสียงยังคงเป็นปัญหาที่ประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเขตเมืองต่างๆ ยังคงประสบอยู่อย่างต่อเนื่อง จากผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครและในเมืองใหญ่ พบว่า ฝุ่นละออง ยังคงเป็นปัญหาหลักที่มีการตรวจพบอยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐานติดต่อเป็นเวลาหลายปี สาเหตุหลักเกิดจากยานพาหนะที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษไอเสียที่ระบายออกสู่บรรยากาศจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศแหล่งอื่นๆ เช่น การก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม การเผาเศษวัสดุในที่แจ้ง เป็นต้น  สำหรับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ จากการตรวจวัดพบว่าจะมีความเข้มข้นในบรรยากาศสูงขณะที่มีการจราจรติดขัดเป็นเวลานาน

   
 

         ปัจจุบันแม้ว่าปัญหามลพิษทางอากาศจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากมาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐและกรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินอย่างต่อเนื่อง เช่น การควบคุมตรวจจับยานพาหนะที่มีมลพิษเกินมาตรฐาน การปรับปรุงพัฒนาคุณภาพรถยนต์ใหม่ การควบคุมกิจกรรมการก่อสร้างและขนส่งที่เป็นแหล่งกำเนิดของฝุ่น การปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง การตรวจสภาพยานพาหนะประจำปี การพิจารณาสนับสนุนการใช้รถที่มีมลพิษต่ำ เป็นต้น  แต่ปัจจัยสำคัญในการควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและเสียง อย่างมีประสิทธิ-ภาพและประสิทธิผล คือ “การที่ส่วนร่วมจากประชาชนผู้ก่อมลพิษ” 

   
 

กรมควบคุมมลพิษ เล็งเห็นความสำคัญของผู้ประกอบการโดยเฉพาะบทบาทของอู่หรือสถานประกอบการปรับแต่งและซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ ที่จะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการแก้ไขปัญหามลพิษจากยานพาหนะที่ต้นเหตุ ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2538 ได้เริ่มดำเนินโครงการฝึกอบรมช่างเทคนิคประจำอู่ปรับแต่งและซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ ให้มีความรู้ ความเข้าใจถึงปัญหามลพิษจากไอเสีย การตรวจวัดมลพิษอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน โดยดำเนินการจนถึงปี พ.ศ. 2541 มีช่างเทคนิคผ่านการอบรมทั่วประเทศ รวม 1,339 คน และอู่ที่ได้รับป้ายคลินิกไอเสีย รวม 729 แห่ง 

 
   

ปลายปี พ.ศ. 2541 เริ่มต้นการจัด “กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพอู่คลินิกไอเสีย”
โดยมีเกณฑ์มาตรฐานประเมินคุณภาพของคลินิกไอเสีย เพื่อพัฒนาคุณภาพและเสริมสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ โดยเริ่มดำเนินการเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผลการตรวจประเมินมีอู่ที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ได้รับป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน และมาตรฐานดีเด่นดีเด่น จำนวน 14 แห่ง และป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน จำนวน 11 แห่ง รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสิ่งพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ

   
 

ปี พ.ศ. 2542 
ได้จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อประชาสัมพันธ์คลินิกไอเสียที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยจัดกิจกรรมนิทรรศการและการสาธิตเคลื่อนที่ “คนรักรถ รักสิ่งแวดล้อม” โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในการจัดสรรพื้นที่ให้จัดแสดงนิทรรศการที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล 7 สาขา ในกรุงเทพฯ ชลบุรี และเชียงใหม่  และยังได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร สิ่งพิมพ์ และสื่ออื่นๆ  รวมทั้งจัดกิจกรรมรณรงค์ในรูปของการเดินพาเหรดรณรงค์ลดปัญหามลพิษทางอากาศและเสียงในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ .... อ่านต่อ

   
 
Text Box:  ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 คลินิกไอเสียมาตรฐานและมาตรฐานดีเด่น ได้ร่วมกันก่อตั้ง ชมรมคลินิกไอเสียเพื่อคนรักสิ่งแวดล้อม ขึ้น เป็นการเริ่มต้นของการรวมตัวโดยภาคเอกชนที่เป็นผู้มีบทบาทที่จะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการแก้ไขปัญหามลพิษจากยานพาหนะ ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของชมรมฯ ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงและเป็นรูปธรรมต่อไป  ทั้งในรูปของการเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมสร้างขีดความสามารถ ของการให้บริการในเรื่อง การจัดซื้อ อุปกรณ์เครื่องมือตรวจวัดค่ามลพิษ การเพิ่มพูนความรู้ และข้อมูลทางวิชาการ   รวมทั้งการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ เพื่อเป้าหมายที่จะเสริมสร้างกลไกการป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะที่เป็นแหล่งกำเนิด
   
 

ปลายปี พ.ศ. 2543   
ขยายเครือข่ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน
กรมควบคุมมลพิษ ได้มีการจัดกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพอู่คลินิกไอเสียขึ้นอีก โดยเปิดโอกาสให้อู่ สถานประกอบการ และศูนย์บริการ สมัครเข้ารับการตรวจประเมิน โดยผลการตรวจประเมินมีอู่ที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ได้รับป้าย คลินิกไอเสียมาตรฐานดีเด่น และป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน จำนวนรวมถึง 85 แห่ง นับเป็นการขยายเครือข่ายของคลินิกไอเสียมาตรฐาน และชมรมคลินิกไอเสียเพื่อคนรักสิ่งแวดล้อม อย่างทั่วถึงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล.... อ่านต่อ

   
 

ปี 2544  ขยายเครือข่ายสู่ภูมิภาค
กรมควบคุมมลพิษ ได้ขยายเครือข่ายการให้บริการของคลินิกไอเสียมาตรฐานมายังส่วนภูมิภาค โดยพิจารณาคัดเลือกพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่แรก เนื่องด้วยเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งภายในเขตเมืองเชียงใหม่ ก็ประสบปัญหาจากฝุ่นละอองอยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีสาเหตุหลักเกิดจากยานพาหนะที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ปริมาณควันดำ ควันขาว และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) มีปริมาณมากในอากาศ และจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเมืองเชียงใหม่ 

กรมควบคุมมลพิษ จึงได้ตรวจประเมินสถานประกอบการปรับแต่งเครื่องยนต์ ในเขตเมืองเชียงใหม่ที่สมัครใจเข้ารับการตรวจประเมิน โดยผลการตรวจประเมินมีอู่ที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ได้รับป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐานดีเด่น และป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน จำนวนรวม 32 แห่ง.... อ่านต่อ

   
 

ปี 2545 เพิ่มเติมคลินิกไอเสียมาตรฐาน
เพื่อเป็นการรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการอู่ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กรมควบคุมมลพิษ จึงได้ขยายเครือข่ายการให้บริการของคลินิกไอเสียมาตรฐานในส่วนกลางเพิ่มขึ้น โดยมีสถานประกอบการซ่อมบำรุงและปรับแต่งเครื่องยนต์เข้าร่วมโครงการอย่างสมัครใจ  นอกจากนี้ยังมีสถานประกอบการในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ติดต่อมายังกรมควบคุมมลพิษในการขอเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจ อีก 5 แห่ง  โดยสรุปผลการตรวจประเมินมีอู่ที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ได้รับป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐานดีเด่น และป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน ประจำปี 2545  เพิ่มขึ้นในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลอีก 34 แห่ง   และในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 5 แห่ง รวมเป็น 39 แห่ง.... อ่านต่อ

   
 

ปี 2546  เพิ่มเติมคลินิกไอเสียมาตรฐานในจังหวัดเชียงใหม่
ดำเนินการขยายเครือข่ายการให้บริการคลินิกไอเสียมาตรฐานเพิ่มเติมขึ้นอีกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยดำเนินการตรวจประเมินสถานประกอบการปรับแต่งเครื่องยนต์ที่สมัครใจเข้ารับการตรวจประเมิน และผลการตรวจประเมินมีอู่ที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ได้รับป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐานดีเด่น และป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน ในจังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มขึ้นอีก 18 แห่ง.... อ่านต่อ

   
 

ปี 2547  ขยายเครือข่ายคลินิกไอเสียมาตรฐานทุกภูมิภาค
เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพคลินิกไอเสียให้มีความเข้มแข็ง และเป็นการขยายเครือข่ายคลินิกไอเสียมาตรฐานและมาตรฐานดีเด่น  ให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกภูมิภาคจึงได้ดำเนินการกำหนดพื้นที่เป้าหมายเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ จังหวัดชลบุรี นครราชสีมา และสงขลา เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่อื่นๆ โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาศักยภาพการให้บริการที่เป็นมาตรฐานและมีส่วนร่วมในการเข้ามาแก้ไขปัญหา ตลอดจนสร้างความเชื่อถือและการยอมรับจากผู้ใช้บริการที่เป็นเจ้าของรถยนต์ โดยผลการตรวจประเมินมีสถานประกอบการหรืออู่ที่ผ่านการตรวจประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานที่ได้รับป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐานดีเด่น และป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน ประจำปี 2547  ดังนี้ กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพิ่มขึ้น 17 แห่ง  จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มขึ้น 12 แห่ง จังหวัดชลบุรี ผ่านการตรวจประเมิน 23 แห่ง จังหวัดนครราชสีมา ผ่านการตรวจประเมิน 21 แห่ง และจังหวัดสงขลา ผ่านการตรวจประเมิน 28 แห่ง รวมทั้งหมด 101 แห่ง.... อ่านต่อ

   
 

ปี 2548  เสริมสร้างศักยภาพคลินิกไอเสียมาตรฐาน
เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพคลินิกไอเสียเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีความเข้มแข็งมากขึ้น และดำเนินการเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานและการให้บริการของคลินิกไอเสียมาตรฐาน โดยการจัดประชุมสัมมนา เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาสถานประกอบการให้มีความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการสถานประกอบการมากขึ้น รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “ฟิตเครื่องยนต์ ลดมลพิษ” เพื่อให้สถานประกอบการคลินิกไอเสียเป็นที่รู้จักมากขึ้น.... อ่านต่อ

   
 
ดาวน์โหลด ป้ายกรีนเ...jpg (1161.6 กิโลไบต์)

ปี 2549  พัฒนาคุณภาพการให้บริการของคลินิกไอเสีย  นับได้ว่าเป็นการก้าวสู่ทศวรรษที่สองของการพัฒนาเครือข่ายและ คุณภาพการให้บริการคลินิกไอเสีย กรมควบคุมมลพิษ ได้มุ่งเน้นการพัฒนาและเตรียมความพร้อมของสถานประกอบการคลินิกไอเสีย ในการพัฒนาให้เป็นสถานประกอบการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ทั้งนี้เพื่อรองรับและ
สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ในการรณรงค์ส่งเสริมหน่วยงานราชการและประชาชนทั่วไปหันมาใช้สินค้า และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยได้จัดทำคู่มือแนวทางและวิธีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ของการเป็นคลินิกไอเสียมาตรฐาน Green Service และได้มีการจัดอบรมให้กับสถานประกอบการ เกี่ยวกับการพัฒนาการจัดการสิ่งแวดล้อม คลินิกไอเสียมาตรฐาน Green Service พบว่าสถานประกอบการที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมผ่านเกณฑ์ที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด มีจำนวนทั้งสิ้น 67 แห่ง นอกจากนี้ได้มีการจัดกิจกรรม สุขภาพรถ สุขภาพดี กับคลินิกไอเสีย ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและเชียงใหม่.... อ่านต่อ

   
  ปี 2550  พัฒนาสถานประกอบการคลินิกไอเสียให้มีมาตรฐานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี ได้ปรับปรุงคู่มือแนวทางและวิธีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคลินิกไอเสียมาตรฐาน Green Service โดยมุ่งเน้นการจัดการสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยอ้างอิง
 
มาตรฐาน ISO 14001 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ในการส่งเสริมการใช้บริการและสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีสถานประกอบการได้รับการพัฒนาและผ่านการตรวจประเมินเป็นอู่คลินิกไอเสียมาตรฐาน Green Service จำนวน 36 แห่ง แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร 19 แห่ง เชียงใหม่ 6 แห่ง สงขลา 7 แห่ง ชลบุรี 2 แห่ง นครราชสีมาและศรีสะเกษ จังหวัดละ 1 แห่งนอกจากนี้ได้จัดกิจกรรม “ตอบแทนน้ำใจ ผู้ใส่ใจลดมลพิษ” เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจและกระตุ้นให้ผู้ใช้รถ นำรถเข้ามาปรับแต่งและซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
   
 

และในปี 2550 บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า    ที่มีศูนย์จำหน่ายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 850 แห่ง ได้ขอความร่วมมือมายังกรมควบคุมมลพิษ ในการเข้าร่วมโครงการคลินิกไอเสียมาตรฐาน Green Service โดยบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด จะดำเนินการตรวจประเมินสถานประกอบการตามเกณฑ์มาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด และจัดส่งผลการติดตามตรวจประเมินให้กรมควบคุมมลพิษทราบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมิน จะได้รับป้าย Green Dealer ศูนย์บริการรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยความร่วมมือจากกรมควบคุมมลพิษ   และบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด.... อ่านต่อ

   
  ปี 2551  การพัฒนาการบริหารจัดการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ  ได้มีการปรับเปลี่ยนจากคลินิกไอเสียมาตรฐาน Green Service เป็นอู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน
 

เพื่อให้จดจำง่ายขึ้น และปรับปรุงหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ สำหรับสถานประกอบการอู่สีเขียว   คลินิกไอเสียมาตรฐาน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (ISO 14001) และสามารถดำเนินการได้จริงในทางปฏิบัติ ซึ่งในปี 2551 มีสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมิน จำนวนทั้งสิ้น 130 แห่ง แบ่งเป็นสถานประกอบการที่สมัครใหม่ จำนวน 27 แห่ง และเป็นสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์เมื่อปี 2549 – 2550 ที่ผ่านการติดตามตรวจประเมิน เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพการให้บริการและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ของสถานประกอบการ จำนวน 103 แห่ง

 
นอกจากนี้ได้ดำเนินกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ อู่สีเขียวคลินิกไอเสียมาตรฐาน  เพื่อให้เจ้าของยานพาหนะ หน่วยงานราชการและประชาชนทั่วไปได้รู้จัก และหันมาใช้บริการมากขึ้น โดยได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ Billboard และจัดกิจกรรม “รักลด ลดโลกร้อน กับอู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน” โดยโรงเรียนเทคโนโลยีสยามได้ ให้ความร่วมมือจัดตั้งหน่วยพิชิตมลพิษเคลื่อนที่ ในการให้บริการตรวจวัดมลพิษด้วย.... อ่านต่อ

   
 

ปี 2552   เสริมสร้างความตระหนักให้กับสถานประกอบการอู่สีเขียว  ได้ดำเนินการทบทวนและปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานการให้การรับรองอู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน   พัฒนารูปแบบและวิธีการให้การรับรองมาตรฐานและติดตามตรวจประเมินอู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน โดยสถานประกอบการที่สนใจเข้ารับการตรวจประเมิน จะได้ รับคู่มือการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปศึกษาและปฏิบัติตามคู่มือ จากนั้นสถานประกอบการจะต้องจัดทำเอกสาร และจัดส่งมาให้กรมควบคุมมลพิษพิจารณา จากนั้นกรมควบคุมมลพิษ จะเข้าสุ่มตรวจประเมินสถานประกอบการ  ในปี 2552 มีสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมิน จำนวนทั้งสิ้น 132 แห่ง แบ่งเป็นสถานประกอบการที่สมัครใหม่ จำนวน 11 แห่ง  และเป็นสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์เมื่อปี 2549 – 2551 ที่ผ่านการติดตามตรวจประเมินเพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพการให้บริการ และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการ จำนวน 121 แห่ง (จากจำนวน 130 แห่ง ปิดกิจการ 4 แห่ง และไม่พร้อมให้เข้าตรวจประเมิน 5 แห่ง).... อ่านต่อ

   
  ปี 2553   กรมควบคุมมลพิษ มุ่งเน้นการส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานในพื้นที่เป้าหมาย โดยแต่งตั้งคณะทำงานเครือข่ายการให้การรับรองมาตรฐานและการติดตามตรวจประเมินอู่สีเขียว คลินิก  ไอเสียมาตรฐาน
 

เพื่อเป็นเครือข่ายการให้การรับรองมาตรฐานการติดตามตรวจประเมินอู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค สำนักงานทรัพยากร-ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลและสถาบันการศึกษา ซึ่งในปี 2553 มีสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมิน จำนวนทั้งสิ้น 154 แห่ง แบ่งเป็นสถานประกอบการที่สมัครใหม่ จำนวน 33 แห่ง และเป็นสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์เมื่อปี 2549 – 2552 ที่ผ่านการติดตามตรวจประเมินเพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพการให้บริการ และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการ จำนวน 121 แห่ง (จากจำนวน 141 แห่ง ปิดกิจการ 5 แห่ง / ขอยกเลิกป้าย 3 แห่ง / ประเมินโดยบริษัทฮอนด้า 12 แห่ง).... อ่านต่อ

            นอกจากนี้ในปี 2553 บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด  และบริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประสานมายังกรมควบคุมมลพิษ ในการนำศูนย์บริการและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในสังกัดทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการสถานประกอบการอู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน โดยในปี 2553 มีศูนย์บริการและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าผ่านเกณฑ์ตรวจประเมินเป็นอู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน จำนวน 144 แห่ง จากจำนวน 151 แห่ง และมีศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่ที่ผ่านเกณฑ์ตรวจประเมินเป็นอู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน จำนวน 16 แห่ง จากจำนวน 65 แห่ง  สรุปในปี 2553 มีสถานประกอบการอู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน (314 แห่ง) และ Green Dealer ( 181 แห่ง) รวมจำนวนทั้งสิ้น  495 แห่ง   
   
 
อู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน                                    154    แห่ง
สังกัดบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด        144    แห่ง
สังกัดบริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด           16    แห่ง
สังกัดบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด (Green Dealer)           181    แห่ง    

 

   
 
ชมรมคลินิกไอเสีย เพื่อคนรักสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
92 ซ.พหลโยธิน 7 ถ.พหลโยธิน พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 02-2982348